posted on 13 Jul 2008 17:06 by ohhyper in release
ชอบนะ ถ้าเธอเป็นเหมือนที่ผ่านมา
ชอบนะ เวลาเธอส่งสายตามาให้ฉัน
ชอบนะ ถ้าเธอยังคอยแคร์และผูกพัน
ชอบนะ ถ้าเธอไม่เอาฉันไปเปรียบกับใคร
รักนะ ที่เธอเป็นเธออยู่อย่างนี้
รักนะ ถ้าความรู้สึกดีๆเธอยังมีให้
รักนะ และคำๆนี้ยังมีตลอดไป
รักนะ ถ้าเธอยังมีหัวใจให้กัน
หวงนะ เวลาที่เธอพูดถึงเขา
หวงนะ เวลาที่ไม่ใช้เราเข้าไปใกล้
หวงนะ ถ้าเธอคิดจะเผื่อใจไปให้ใคร
หวงนะ และจะไม่ให้ใครมาใกล้เธอ
แคร์นะ ถ้าเธอเคยมีใครมาก่อนนี้
แคร์นะ และจะแคร์คนดีอยู่เสมอ
แคร์นะ เวลาทั่หัวใจไม่ได้พบเจอเธอ
แคร์นะ และจะไม่ปล่อยให้คอยเก้อฉันสัญญา
เจ็บนะ ที่เธอทำเหมือนห่างเหิน
เจ็บนะ เจ็บเหลือเกินเมื่อยามเธออ่อนล้า
เจ็บนะ ทุกครั้งที่เธอทำเป็นเย็นชา
เจ็บนะ และฉันต้องเสียน้ำตาทุกครั้งไป
เกลียดนะ ถ้าเธอคิดจะลืมฉัน
เกลียดนะ ถ้าจะทำให้ความสัมพันธ์ห่างหาย
เกลียดนะ ถ้าเธอคิดจะไปมีใคร
เกลียดนะ ถ้าเธอมีหัวใจไว้หลอกกัน
ชอบนะ เมื่อเธอส่งยิ้มมาให้ฉัน
ชอบนะ ที่เธอรำพันว่ารักเสมอ
ชอบนะ ที่เธอบอกว่าฉันคือคนในใจเธอ
ชอบนะ ที่เธอดีต่อกันตลอดมา
รักนะ ที่เธอเป็นแบบนี้
รักนะ ที่เธอทำให้ฉันไม่อ่อนล้า
รักนะ ที่เธออยู่ข้างๆกันเสมอมา
รักนะ ที่เราบอกกันเรื่อยมา ฉันและเธอ
หวงนะ เมื่อใครๆก็ยิ้มให้เธอ
หวงนะ เมื่อเธอยิ้มไปให้เขา
หวงนะ เมื่อเธอเดินกับใครนอกจากฉันที่ใช้คำว่าเรา
หวงนะ ถ้าเธอจะไปกับเขาหรือใครๆ
แคร์นะ ถ้าเธอไม่พูดคุยกับฉัน
แคร์นะ ถ้าเธอพูดว่าจะไม่โทรหา
แคร์นะ ถ้าเธอบอกว่าคิดถึงคนนั้นตลอดมา
แคร์นะ แคร์เกินกว่าจะพูดไป
เจ็บนะ ถ้าเธอห่างไกลจากฉัน
เจ็บนะ ถ้าใครคนนั้นมาทำให้รักห่างหาย
เจ็บนะ ถ้าเธอทำร้ายใจกันได้มากมาย
เจ็บนะ ถ้าเธอมีใครมาแทนที่กัน
เกลียดนะ ถ้าเธอมีอะไรกับคนอื่น
เกลียดนะ ถ้าเธอไม่เชื่อใจฉัน
เกลียดนะ ถ้าเธอบอกว่าไม่มีกัน
เกลียดนะ ถ้าฉันเป็นตัวสำรองของเธอ
ขอบคุณบทความดีดีจาก thaireaderclub.com
posted on 13 Jul 2008 16:59 by ohhyper in release
ฉันอาจเป็นเพียงตะเกียงดวงหนึ่ง ...ที่มีแสงเพียงน้อยนิด
อาจจะไม่จำเป็นเลย ...ในบางช่วงบางขณะที่พระจันทร์ทอแสงนวลกระจ่าง
เธออาจจะทิ้งฉันไว้ข้างทางก้อเป็นได้
หากเธอคิดว่าฉันไม่มีประโยชน์แม้แต่น้อย
ฉันจึงเปรียบตะเกียง เป็นดั่ง ตัวฉัน...
ส่วนเธอน่ะ เป็น นักเดินทางคนนึง...
ส่วนเค้าคนนั้น เป็น พระจันทร์....
นักเดินทางคนหนึ่งกับตะเกียงดวงเก่า
ตะเกียงที่ให้แสงสว่างในค่ำคืนที่มืดมิด
ตะเกียงที่ให้ความอบอุ่นได้ ...เมื่อนักเดินทางผู้นั้นต้องการ
ในค่ำคืนที่สายลมหนาวได้ผ่านพัดมาอีกครา
การเดินทางของนักเดินทางผู้นั้นก้อมี ตะเกียงเป็นเพื่อนคู่ชีพ
แสงเพียงน้อยนิดที่พอจะส่องทางได้เป็นระยะๆ
ทำให้นักเดินทางผู้นั้นเริ่มไม่พอใจในสิ่งที่เค้ามีอยู่
เมื่อเค้ามีเพื่อนร่วมทาง เพื่อนร่วมทางก็ได้กล่าวว่า
"จะใช้ตะเกียงดวงเก่านี้ไปทำไม ในเมื่อแสงจากพระจันทร์ออกจะสว่างถึงเพียงนี้"
นักเดินทางผู้นั้นคิดได้จึงทิ้งตะเกียงผู้น่าสงสารไว้ข้างทาง
หลงเชื่อคำกล่าวของเพื่อนร่วมทาง
ซึ่งเป็นเพียงแค่คนที่ผ่านมาแล้วก้อผ่านไป
ค่ำคืนนั้น เป็นคำคืนที่ยาวนานสำหรับฉัน...
...ตะเกียงผู้ถูกทอดทิ้งไว้ข้างทาง
ก้อเค้าไม่สนใจแม้แต่น้อย
กลับกัน
เธอนักเดินทางที่กำลังหลงระเริง กับแสงจากพระจันทร์
ที่ส่องแสงนวลกระจ่าง มันสวยงาม มันชวนฝัน
นักเดินทางผู้นั้นจึงเดินทางไปเรื่อยๆ เพียงลำพัง
แค่สัมภาระ ไร้ตะเกียงดวงเก่า!
เมื่อความมืดมิดแห่งค่ำคืนได้ผ่านพ้นไป
แสงจันทร์ที่เคยกระจ่างยามค่ำคืนก้อเลือนหาย
ดวงตะวันได้โผล่ขึ้นมารับอรุณบอกกับทุกคนที่อยู่ใต้ผืนฟ้าว่านี่คือ
............................. เช้าวันใหม่ ............................
สายลมหนาว ผ่านพัดมาเยือนอีกครา
ผ่านพัด เป็นลมหนาวที่เย็นยะเยือก
ตะเกียงดวงเก่าที่ถูกทอดทิ้ง
บัดนี้
นักเดินทางอีกคนได้ผ่านมาพบจึงเก็บไว้เป็นสมบัติตน
ตะเกียงจึงกลับกลายเป็น ของมีค่าอีกครั้ง
มันได้ทำหน้าที่เช่นเดิม คือ ให้แสงสว่างและความอบอุ่นไปพร้อมๆ กัน
เมื่อตะวันลับฟ้าไปแล้วลำแสงสุดท้ายของวันเป็นสีส้มเป็นแสงสว่างสุดท้ายของวันนี้
ค่ำคืนได้ย่างกรายเข้ามา สายลมหนาวก้อเริ่มพัดแรงขึ้นๆ
ดวงจันทร์ที่เคยทอแสงกระจ่างกลับถูกหมอกเมฆบดบังจนสิ้น!
ราวกับจะกลั่นแกล้งนักเดินทางคนเก่า ที่เคยเป็นเจ้าของตะเกียง
เค้าผู้นั้นไม่มีแม้แต่แสงไฟที่จะใช้ส่องทางและเช่นกัน
เค้าไม่มีแม้กระทั่งความอบอุ่น
นักเดินทางหนาวสั่นจะเดินต่อก็กลัว หลงทาง
เค้าจึงย้อนกลับไปเอาตะเกียงดวงเก่าที่ได้ทิ้งไว้เมื่อคืนก่อน
... ลมหนาวได้ผ่านพัดมา ราวกับจะทรมานนักเดินทางผู้นั้น
จนกระทั่งมาถึงจุดที่เขา ได้ทิ้งตะเกียงไว้
บัดนี้ตะเกียงดวงเก่าได้ สาปสูญไปแล้ว
เค้านึกเสียดายจับใจ แม้จะเรียกร้องเพียงใดก้อมิได้กลับคืน
จึงทำได้แต่เพียงนอนหนาว รอให้เมฆหมอกที่บดบังดวงจันทร์นั้นได้ผ่านเลยไป
เวลาได้ผ่าน........
เมฆหมอกได้เลือนหายไปแล้ว
แสงจันทร์ได้กลับมาสดใสอีกครา
ทำให้นักเดินทาง ผู้เหน็บหนาวอุ่นใจขึ้น
แต่ดวงจันทร์ก้ออยู่ไกลเกินไป.......
ไกลเกินที่จะทำให้นักเดินทางผู้เหน็บหนาวได้รับความอบอุ่น
เคยมีคนกล่าวเอาไว้ว่า
"เรามักจะไม่รู้ว่าสิ่งที่เราครอบครองนั้นดีเพียงไรมีคุณค่ากับเราเพียงใด
เราจะรู้ก็ต่อเมื่อเราได้สูญเสียสิ่งนั้นไปแล้ว"
เพราะฉะนั้นฉันจึงอยากให้ผู้ที่ใฝ่สูงทั้งหลายจงหันกลับมามองคนใกล้ตัว
การชะเง้อมันเมื่อยกว่าการก้ม จริงไหม?
ขอบคุณบทความดีดีจาก thaireaderclub.com