calmly




“ถ้าคนหนึ่งตีกลอง แล้วอีกคนยิ่งเต้นคนตีเขาก็ยิ่งตี 

แต่ถ้าตีแล้วไม่เกิดอะไรขึ้น เขาก็จะหยุดไปเอง เพราะตีไปก็เหนื่อยเปล่า” 


คำพูดบางคำทำร้ายคนฟังได้น่าดู 
ถ้าจะให้ไม่แคร์เนี่ย ทำได้ยากแน่นอน 
ถ้าเคยรู้สึกแย่ กับคำพูดแย่ ๆ ของคนหลายคน 
คำพูดของเขาทำให้เราหมดความนับถือตัวเอง 
บางครั้งมันอาจจะถึงขนาดทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไป 
บั่นทอนสุขภาพกายและใจ 
คนพูดทิ้งยาพิษไว้ในใจเรา แล้วก็หนีลอยนวล 

คนที่แย่คือคนฟังสิ... 
ฉันเลยเปลี่ยนความคิดใหม่ 
พยายามหาเหตุผลเพื่อเข้าใจพวกเขา 
คนที่ชอบติข้อบกพร่อง 
ตอกย้ำปมด้อยของคนอื่น เพราะต้องการให้ตัวเองดูดี 
คนพวกนี้มีปมด้อยในใจ ชอบสร้างคุณค่าให้ตัวเอง 
โดยการติคนอื่น เพื่อลดคุณค่าของคนอื่น 
จิตใจเขาขุ่นมัว มองไม่เห็นความดี ความสวยงาม 
และสิ่งดี ๆ ในตัวคนอื่น เพื่อนำมาพูดถึง 

บ่อยครั้งที่เรามักเจอคำพูดแย่ ๆ จากคนรอบข้าง 
ถ้าไม่รู้จักดูแลจิตใจ ความรู้สึกของตัวเอง 
เราจะถูกบั่นทอนลงทีละนิด.... 

ที่สำคัญเราจะต้องหนักแน่น อย่าหวั่นไหว 
ที่เขาว่ามา เป็นปมด้อยของเราก็จริง 
แต่คนเราเลือกเกิดไม่ได้ 
ที่เขาติมาเพราะเขามองหาส่วนแย่ ๆ ของเราต่างหาก 
ที่ดี ๆ ก็มี แต่เขาไม่พูด 
ตัวเราย่อมรู้ตัวเองดีที่สุด 
เชื่อในคุณค่าของตัวเอง ไว้ใจตัวเอง 


ดูแลหัวใจของเราให้ดี 
เรียนรู้ที่จะคิดปฏิเสธคำพูดแย่ ๆ จากคนอื่น 
รู้แหล่งที่มาอย่างมีเหตุผล 
แล้วจะไม่มีอะไรมาบั่นทอนหัวใจเราได้เลย... 


++++++++++++++++++++++++++++++ 
จากหนังสือ "กล้าที่จะก้าว" 




การให้อภัย 
เป็นการให้ที่ว่างกับใจตนเอง 
เพื่อไม่ต้องแบกความรู้สึกไม่ดีไว้กับตนเอง 
เหนื่อยไหมกับการต้องแบกอะไรไว้ในใจมากมาย 
คนที่เคยทำให้คุณเจ็บช้ำ คนที่เคยทำผิดต่อคุณ 

ถึงแม้ว่าเวลาอาจรักษาแผลใจได้ 
แต่ไม่อาจทำให้ความผิดของคนๆนั้นหายไปจากใจคุณได้ 

แต่การให้อภัยจะเป็นการลบความผิดนั้นออกจากใจ 
ไม่ต้องให้คุณสร้างแผลใจให้กับตัวเอง 
เพราะคนที่ทำผิดกับคุณ เขาอาจไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับคุณหรอก.... 

........................................... 

ให้อภัยเป็นการให้ที่วิเศษ เพราะเป็นการให้สองทาง 
นอกจากจะเป็นการปลดปล่อยความผิดของใครบางคน 
ก็ยังเป็นการให้ที่ว่างกับใจตนเอง 
เพื่อไม่ต้องแบกความรู้สึกไม่ดีไว้กับตัวเอง 

การให้อภัย ไม่ใช่การยอมรับความผิดของใครบางคน 
แต่เป็นการให้อิสระแก่ใจตัวเอง... 
เพื่อหลุดพ้นจากความพยาบาท 

................................................ 

คนอื่นทำอะไรผิดๆ กับคุณมากมาย 
ถ้าคุณให้อภัยเขาเหล่านั้นได้ 

บางทีคุณควรจะนึกย้อนถึงตัวคุณเองบ้าง 
ยังมีสิ่งใดที่ยังค้างคาอยู่ในใจคุณบ้าง 
สิ่งที่คุณรู้สึกผิด หรือคุณอาจจะแก้ไขไม่ได้ 

หลายๆครั้งที่ความผิดของเราเอง 
เป็นตัวกีดกั้นเราจากความกล้าที่จะเดินไปข้างหน้า 
สิบเท้ายังรู้พลาด... 
เราเองก็คนธรรมดาคนหนึ่ง 
อาจถึงเวลาที่คุณจะให้อภัยตัวเองได้แล้ว 

"การให้อภัยตัวเอง 
อาจเป็นการให้อภัยที่ยากที่สุด" 


----------------------------------------------------- 
พล ตัณฑเสถียร. "ดูใจ". กรุงเทพฯ : ใยไหม, 2547. หน้า 133-135. 




หากผิดพลาดมาบ่อยครั้ง 
หากพลาดพลั้งมาหลายหน 
แต่ถ้าสู้ด้วยใจที่อดทน 
จะข้ามพ้นอุปสรรคที่มากมาย 

จงเรียนรู้สิ่งที่พลาดในอดีต 
นำมาคิดตริตรองยังไม่สาย 
ใช้มันเป็นครูสั่งสอนใจกาย 
แล้วจะได้สิ่งที่หวังที่ตั้งใจ 


หากความหวังยังอยู่คู่ฟ้า 
อนาคตยังแรงกล้าแสงสดใส 
สองเท้ายังคงก้าวย่างต่อไป 
ความสำเร็จคงไม่ไกลเกินฝ่าฟัน 

ทำใจดีๆ เข้าไว้ 
วันพรุ่งนี้จะเป็นไงใครจะรู้ 
สิ่งใดพลั้งสิ่งใดผิดคิดเป็นครู 
วันข้างหน้ายังรออยู่สู้ต่อไป 

เดินผ่านไปแล้วมีรอยเท้า 
ผิดมาแล้วเป็นทางยาวก้าวไม่ไหว 
อย่ากลัวเดินอีกก้าวบนทางไกล 
รอยเท้าเก่าสอนเราไว้เป็นบทเรียน 

หนึ่งหยดน้ำร่วงหล่นบนพื้นหญ้า 
ไหลรวมเป็นสาขาสู่แม่น้ำ 
รวมทุกสายสู่ท้องทะเลคราม 
เหมือนหนึ่งความพยายาม...จะก้าวไกล

ขอให้เราอย่าหมดหวัง แม้จะล้มสักกี่ครั้ง ก็ต้องลุกขึ้นยืนหยัดสู้ต่อไปอย่าได้ถอย

ไม่มีอะไรจะเลวร้ายไปกว่าความท้อแท้และสิ้นหวัง… จงเชื่อมั่นไว้ในใจเสมอเถิดว่า 

"สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ" 



แหล่งที่มา:ทำดีดอทเน็ต