Love

แค่ บ า ง เ ว ล า ....

posted on 18 Aug 2007 15:08 by ohhyper  in Love

.
.
.
.
ขอเพียงแค่ บ า ง เ ว ล า ....
บ า ง เ ว ล า ... ที่ฉันขาดเธอจะเติมให้กัน
บ า ง เ ว ล า ... ที่หนาวสั่นเธอจะเป็นอุ่นไอ
บ า ง เ ว ล า ... ที่แพ้มาก็ยังมีเธอเข้าใจ*
บ า ง เ ว ล า ... เลวร้ายฉันยังมีเธอ
บ า ง เ ว ล า ... ฉันทำผิด (เธอยังยอมอภัย)
บ า ง เ ว ล า ... (ฉันร้องไห้) เธอยังให้ไหล่อิง
ไม่ใช่คนที่โชคดีที่เกิดมามีทุกสิ่ง แต่ฉันโชคดีจริงๆที่มีเธอ*

edit @ 2007/08/18 15:27:10

..

..

แปลกมั๊ย..ใครๆ ก็คิดว่า
เวลากับนาฬิกาเป็นสิ่งที่คู่กันเสมอ
จิง ๆ แล้ว มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นซักหน่อย

เวลา... เดินไปข้างหน้า
นาฬิกา.. เดินอยู่ที่เก่า

เวลา.. เราไม่อาจย้อนกลับ
นาฬิกา.. เราหมุนย้อนมันได้

เวลา.. เมื่อสูญเสียไปแล้วไม่อาจเรียกร้องคืน
นาฬิกา.. เสียก็ซ่อม หรือซื้อใหม่ไปเลย

เวลา.. ได้มาฟรีๆ ไม่ต้องแลกกะอะไร
นาฬิกา.. ยิ่งสวยยิ่งแพง ใช้เงินซื้อมันมาทั้งนั้น

แล้วอย่างนี้ มันจะคู่กันได้ยังไง
ในเมื่อมันแตกต่างกันเหลือเกิน
แต่ถามหน่อย.. ถ้าไม่มีนาฬิกา จะรู้เวลามั๊ย

หรือถ้ามีแต่นาฬิกา แต่ไม่รู้จักเวลา จะมีประโยชน์อะไร
ถึง 2 สิ่งจะแตกต่างกัน แต่ถ้ามันจะคู่กันแล้ว
ย่อมมีจุดร่วมกันเสมอ เพียงแต่จะมองเห็นมันรึป่าว

ฉันกับเค้า.. อาจไม่มีอะไรเหมือนกัน
ฉันกับเค้า.. มีความคิด และวิถีชีวิตที่ต่างกัน
ฉันกับเค้า.. อาจเดินกันคนละเส้นทาง
ฉันกับเค้า.. อาจมีความฝันที่ห่างไกลกัน
ฉัน.. อาจเหมือนกับเวลา ที่ชอบเดินไปข้างหน้า


หาสิ่งใหม่ๆที่ท้าทาย โดยทิ้งหลายสิ่งไว้ข้างหลัง
เค้า.. อาจเหมือนกับนาฬิกา ที่ยังเป็นแบบเดิมๆ
ใช้ชีวิตและทำหน้าที่ไปเรื่อยๆ ในมุมเก่าๆ

ฉันอาจไม่พบกับเค้าเลย ถ้าฉันยังดึงดันจะมองแต่ข้างหน้า
ฉันอาจไม่พบกับเค้าเลย ถ้าฉันไม่มองไปข้างหลัง
เค้ายังไม่เห็นฉัน เพราะเขายังอยู่แบบเดิมๆ
เค้ายังไม่เห็นฉัน
เพราะเขายังก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของเขาไป

แต่ฉันยังเฝ้ามอง เฝ้ารอ
ความแตกต่าง อาจสร้างกำแพงบังเค้าไว้
แต่ฉันยังเชื่อมั่น ว่าซักวัน สิ่งนั้นน่ะแหละ
ที่จะเชื่อมโยงใจเราเข้าหากัน


ความแตกต่าง จะเติมเต็มส่วนที่เราขาดหาย
และสุดท้าย ก็จะเหลือเพียงแค่คำว่า.. ** กันและกัน **
เหมือนกับเวลาและนาฬิกา ที่ยังคู่กันเสมอมา และตลอดไป

..

..

ข้อความจาก : Forward mail

ย า ง ล บ

posted on 30 Aug 2007 10:25 by ohhyper  in Love

++

ห้ามใช้ยางลบ...ตอนนั้น
ฉันไม่เข้าใจจุดประสงค์ของครูสักเท่าไหร่
รู้เพียงแต่ว่าเวลาฉันวาดภาพแล้วเส้นมันบิดเบี้ยว
ฉันก็อยากแก้ให้มันตรง ให้มันสวย

แต่ทุกครั้งที่ฉันหยิบยางลบขึ้นมาเพื่อจะลบภาพนั้น
ครูของฉันก็จะเตือนถึงกติกานั้นเสมอ

สุดท้ายฉันจึงเลือกใช้วิธีต่อเติมภาพๆ
นั้นไปตามจินตนาการ เช่นถ้าฉันตั้งใจวาดรูปหน้าคน
แต่ฉันเผลอวาดดวงตากลมโตเกินไป
ฉันก็จะใช้วิธีเปลี่ยนตากลมๆ นั้นเป็นแว่นตาแทน

แม้ตอนนั้นฉันจะไม่เข้าใจว่า
ทำไมฉันจึงไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ยางลบ
และแม้ฉันจะไม่เคยคิดวาดรูปหน้าคนใส่แว่นตามาก่อน
แต่ฉันก็ได้ รูปหน้าคนตามที่ต้องการ แถมยังภูมิใจว่า
ฉันสามารถวาดภาพๆ นั้นด้วยความมั่นใจ
และไม่ต้องใช้ยางลบลบภาพเลยสักครั้ง

เวลาผ่านไป ฉันโตขึ้น ฉันเรียนรู้ว่า...
สิ่งที่ครูสอนวันนั้น ...แท้จริงแล้วมันปลูกฝังนิสัยหนึ่งให้กับฉัน
นั่นคือการเข้าใจธรรมชาติของความผิดพลาด


ความผิดพลาดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของคนทุกคน
และในชีวิตหนึ่งนี้ก็มีหลายครั้งที่ฉันได้พบมันโดยไม่ตั้งใจ


สิ่งหนึ่งที่ทำให้ฉันยอมรับความผิดพลาดเหล่านั้น
และรวบรวมสติเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้
ก็คือการที่ฉันเข้าใจว่า

..ธรรมชาติของความผิดพลาด คือการที่มันเกิดขึ้นแล้วจะคงอยู่อย่างถาวร

ฉันไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ยางลบ ลบความผิดพลาด
แต่ฉันจำเป็นต้องใช้สมองต่อเติมแก้ไขภาพวาดของฉันให้สมบูรณ์ด้วยตัวเอง


ดังนั้น ถ้าความผิดพลาดมันเกิดขึ้นกับเราแล้ว
การที่เราจะมานั่งร้องห่มร้องไห้
อ้อนวอนขอแหกกฎเพื่อใช้ยางลบ
กลับไปลบแก้ไขมันนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้

สิ่งเดียวที่จะทำได้ ก็คือ
รู้จักพลิกแพลงแก้ไขสิ่งเหล่านั้นด้วยสติ

และวาดภาพของตัวเองต่อไปด้วยความระแวดระวังมากขึ้น
ทุกคนมีดินสอหนึ่งแท่งเพื่อจะวาดภาพชีวิตของเราให้สวยงาม


แต่เราไม่มียางลบสักก้อนที่จะเอาไปลบสิ่งที่เราทำผิดพลาดมาแล้วได้
ดังนั้นเราต้องตั้งใจ และมีสติทุกครั้งที่ลากเส้น
และถึงแม้ภาพที่เราวาดจะออกมาไม่เหมือนกับภาพที่เราฝันไว้สักเท่าไหร่
แต่มันก็มาจากมือของเรา เราควรจะภูมิใจกับมันได้เสมอ
ไม่ต้องกลัวหรอก แม้จะรู้ดีว่าสักวันหนึ่ง
เราอาจลากเส้นบิดเบี้ยวไปบ้าง
เพราะถึงอย่างไร .... ฉันเชื่อว่า

ถ้าสมองและหัวใจของเราทำงานอย่างเต็มที่
ภาพชีวิตของเราก็งดงามได้ โดยไม่ต้องใช้ยางลบ

++

ข้อความจาก : Forward mail