Health

ความรู้รอบตัว

posted on 01 Aug 2008 21:36 by ohhyper  in Health

ชุด 1 ความรู้รอบตัว

1. กินหวานมากทำให้ผิวเหี่ยวจริงหรือ
เฉลย
  จริง เพราะเมื่อร่างกายมีน้ำตาลอยู่ในกระแสเลือดมากเกินไป
มันจะไปเกาะติดกับเส้นใยโปรตีนที่อยู่ระหว่างเซลล์ผิวทำให้เกิดภาวะ
ผิวเครียดขึ้นและนำไปสู่อาการแก่ก่อนวัยผิวหยาบกร้านและเหี่ยวย่นในที่สุด
2. การยืนเอาปลายนิ้วมือแตะปลายนิ้วเท้าจะทำให้ผิวหน้าดูสดใสจริงหรือ
เฉลย  จริง โดยการยืนเอาปลายนิ้วมือแตะปลายนิ้วเท้าก้มตัวต่ำๆ ค้างไว้นับ 1-30
แล้วค่อยๆยืนขึ้นจะทำให้โลหิตบริเวณหนังศีรษะและใบหน้าหมุนเวียนได้ดียิ่งขึ้น
ส่งผลกระทบให้ผิวหน้าดูสดใสขึ้น
3. เอาน้ำแข็งถูหน้าก่อนนอนจะทำให้หายมันได้จริงหรือ
เฉลย
  ไม่จริง แต่แก้ปัญหาหน้ามันได้โดยการใช้น้ำเมือกว่านหางจระเข้
ทาหน้าให้ทั่วใบหน้าทาแล้วไม่ต้องล้างออกน้ำเมือกจะแห้งไปเองภายใน
๕ – ๑๐ นาที ทำก่อนนอนแค่นี่หน้าก็จะหายมัน
4. การสวมเสื้อผ้าหนาๆ เพื่อให้เหงื่อออกเยอะๆจะทำให้ผอมเร็วจริงหรือ
เฉลย
ไม่จริง การที่เหงื่อออกเยอะคือภาวะที่ร่างกายโดนความร้อนแล้วระบาย
ความร้อนออกมาไม่ใช่การเผาผลาญไขมันออกมา เพราะฉะนั้นพอเราดื่มน้ำเข้าไป
น้ำหนักก็จะเท่า เดิม
5. คนผิวแห้งมีโอกาสเกิดริ้วรอยกว่าคนผิวมันจริงหรือ
เฉลย
จริง เพราะคนผิวแห้งขาดซีบัม หรือสารไขมันทำให้กลไกลการปกป้องตนเอง
ของผิวหนังทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร เพราะ ฉะนั้นคนผิวแห้งควรดูแลและทาครีมบำรุง
เพื่อความชุ่มชื่นแก่ผิวพิเศษกว่าคนผิวมัน
6. การฝึกกลั้นหายใจสามารถชะลอหน้าแก่ก่อนวัยได้จริงหรือ
เฉลย
  จริง โดยการหายใจออกทางปากอย่างช้าๆจนสุดลม แล้วหายใจเข้า
ทางจมูกอย่างช้าๆ ให้เต็มปอด กลั้นไว้ระยะหนึ่งแล้วจึงหายใจออกอย่างช้าๆ
ทำแบบนี้วันละ 2 ครั้งๆ ละ 20 นาที จะช่วยชะลอผิวแก่ก่อนวัยและรอยคล้ำ ได้
7. การร้องไห้ช่วยลดความอ้วนได้จริงหรือ
เฉลย
ไม่จริง แต่การหัวเราะต่างหากที่ช่วยเผาผลาญแคลอรีให้หมดไปได้ดีกว่าอยู่เฉยๆ
ได้มากถึง 20% ซึ่งหากได้หัวเราะวันละสัก 10 -15 นาทีจะช่วยเผาผลาญพลังงาน
ลงได้มากถึง 50 แคลอรี
8. กาวตราช้างใช้รักษาส้นเท้าแตกได้จริงหรือ
เฉลย
จริง เพราะเมื่อปิดหนังที่แตกด้วยกาวตราช้าง สิ่งสกปรกจะเข้าไปในรอยแตกไม่ได้
ผิวจะไม่ถูกรบกวนจึงมีการซ่อมแซมตนเองขึ้นมามีการสร้างเซลล์ใหม่และผลัดเซลล์เก่าออก
กาวช้างก็จะหลุดออกไป แต่ห้ามใช้กับคนที่แพ้กาวตราช้าง
9. การเต้นรำทำให้ผิวสวยได้จริงหรือ
เฉลย
จริง เพราะการเต้นรำเพียงวันละ 20 นาทีช่วยเผาผลาญแคลอรีกระตุ้นระบบการหายใจ
และระบบหมุนเวียนโลหิตทำให้เลือดลมเดินทั่วผิว ทำให้ผิวสวยมีสุขภาพดี
10. การใส่กระโปรงสั้นในห้องแอร์เป็นประจำทำให้ขาใหญ่ได้จริง หรือ
เฉลย
จริง เพราะช่วงขาส่วนที่อยู่นอกกระโปรงจะเกิดการสะสมไขมันเป็นพิเศษ
เพื่อให้เข้ากับสภาพอากาศโดยเฉพาะเมื่อผิวหนังเจอความหนาวเย็นทำให้เกิดเซลลูไลท์

 

ชุดคำถาม ที่ 2 หมวดรู้ไว้ใช่ว่า

1. การแลบลิ้นให้น้ำลายยืดลงพื้น 3 หยด จะแก้เผ็ดได้จริงหรือ
เฉลย
  จริง อาการเผ็ดเกิดจากสารที่ชื่อแคปไซซินที่อยู่ในพริกเข้าไปจับกับ
ปลายประสาทรับรสที่ลิ้นร่างกายก็จะแสดงปฎิกริยาโดยขับน้ำลายออกมาชะล้าง
เอาเจ้าสารนี้ออกไป
2. ดูดนมยางของเด็กทารกตอนนอนจะแก้อาการนอนกรนได้จริงหรือ
เฉลย
  จริง การคาบหรืออมนมยางของเด็กทารกไว้ในปาก จะทำให้ลิ้นในปากอยู่นิ่ง
ก็จะพลอยให้เนื้อเยื่อของเพดานไม่กระเทือนสั่นไหวขึ้น จึงไม่เกิดอาการกรน
และไม่นอนอ้าปากอีกด้วย
3. การสูดกลิ่นตัวผู้ชายทำให้หายเครียดได้จริงหรือ
เฉลย
  จริง เพราะกลิ่นตัวผู้ชายที่เป็นคนรักนั้นมีสารฟีโรโมนผสมอยู่
โดยเฉพาะในผมและผิวของเขาเมื่อสูดดมแล้วจะช่วยลดอาการเครียด
และเหนื่อยล้าลงได้
4. แอปเปิ้ลผลิตกระแสไฟฟ้าได้จริงหรือ
เฉลย
  จริง ถ้าเสียบแผ่นสังกะสีและแผ่นทองแดง กรดในแอปเปิ้ล
จะทำให้เกิดการแตกตัวของไอออนทำให้ลูกแอปเปิ้ลเป็นเหมือนแบตเตอรี่
ซึ่งผลไม้ชนิดอื่นเช่น มะนาว เกรปฟรุ๊ต หรือมันฝรั่งก็ทำได้เช่นกัน
5. ปัสสาวะมนุษย์ใช้ทำยาสีฟันในสมัยโบราณจริงหรือ
เฉลย 
จริง โดยแพทย์ชาวโรมันเชื่อว่าปัสสาวะมนุษย์มีคุณสมบัติทำให้ฟันขาว
และแข็งแรง ยาสีฟันในยุคดังกล่าวจึงเป็นน้ำยาบ้วนปากที่ทำจากปัสสาวะมนุษย์
6. วัวกระทิงเกลียดสีแดงจริงหรือ
เฉลย
  ไม่จริง เพราะวัวเป็นสัตว์ตาบอดสีไม่สามารถแยกแยะสีต่างๆได้
แต่การที่วัวเมื่อถูกล่อด้วยผ้าแดงเหมือนในสนามสู้วัวแล้วก็พุ่งเข้าใส่นั้น
เป็นเพราะความรำคาญและเพราะถูกยั่วยุมากกว่า
7. เพชรแท้จะไม่ติดสีหมึกจริงหรือ
เฉลย
  จริง การทดสอบดูเพชรแท้นั้น ให้ป้ายน้ำหมึกสีดำไปบนเพชร
ถ้ามีความลื่นออกไม่ติดอยู่บนเพชร แสดงว่าเป็นเพชรแท้แต่ถ้ายังมีจุดดำ
ตรงที่แต้มอยู่ก็แสดงว่าเป็นเพชรเทียม
8. การทะเลาะกันทำให้แผลหายช้าจริงหรือ
เฉลย
  จริง เพราะความเครียดที่เกิดขึ้นทั้งระหว่างและหลังจากการทะเลาะกัน
จะส่งผลให้ร่างกายลดการผลิตโปรตีนเม็ดเลือดที่มีประโยชน์ต่อการรักษาบาดแผล
หรือส่วนที่สึกหรอในร่างกายให้น้อยลงทำให้บาดแผลต่างๆหายช้า
9. แสงแดดอ่อนๆช่วยป้องกันโรคซึมเศร้าได้จริงหรือ
เฉลย
  จริง เพราะแสงแดดอ่อนๆจะช่วยลดการสร้างฮอร์โมนเมลาโตนิน
ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ควบคุมการนอนหลับ ถ้าหากเก็บตัวอยู่ แต่ในที่มืดจะทำให้
ฮอร์โมนตัวนี้สูงขึ้นและอาจส่งผลให้เกิดการง่วงเหงาซึมเซา ได้
10. การฟังเพลงช่วยบรรเทาอาการปวดข้อได้จริงหรือ
เฉลย
  จริง เพราะการฟังเพลงทำให้สมองหลั่งสารเอนดอร์ฟินส์
ซึ่งเป็นฮอร์โมนสร้างความสุขออกมาช่วยลดความดันโลหิตและบรรเทาอาการปวดข้อลงได้

 

ชุดคำถาม ที่ 3 หมวด กินเพื่อสุขภาพ

1. กินน้ำมะนาวปั่นสามารถแก้อาการเมาค้างได้จริงหรือ
เฉลย
  ไม่จริง แต่แก้อาการเมาค้างได้โดยการดื่มน้ำกล้วยปั่นกับนมและน้ำผึ้ง
เพราะกล้วยจะทำให้กระเพาะของเราสงบลงส่วนน้ำผึ้งจะเป็นตัวช่วยหนุนเสริม
ปริมาณน้ำตาลในเส้นเลือดที่หมดไปในขณะที่นมก็ช่วยปรับระดับของเหลวใน
ร่างกายของเราทำให้อาการเมาหายไปได้
2. เมื่อเป็นไข้ไม่ควรกินฝรั่งจริงหรือ
เฉลย
  จริง เพราะในฝรั่งมีแร่โพแทสเซียมสูง เมื่อเวลาเป็นไข้ร่างกายจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น
การกินอาหารที่มีโพแทสเซียมสูงจะส่งผลให้เกิดอาการชักได้
3. มันฝรั่งช่วยลดความดันโลหิตให้ต่ำลงได้จริงหรือ
เฉลย
  จริง เพราะในมันฝรั่งมีสารเคมีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติที่ชื่อว่า คูคัวไมน์ส
มีสรรพคุณในการควบคุมความดันโลหิตให้ต่ำลง และมันยังรักษาโรคที่ลึกลับ
ที่เรียกว่าโรคนอนไม่หลับได้อีกด้วย
4. ดื่มนมร้อนก่อนนอนจะช่วยกระตุ้นอารมณ์ทางเพศได้จริง หรือ
เฉลย
  ไม่จริง แต่การดื่มนมร้อนก่อนนอนจะช่วยให้นอนหลับสบายยิ่งขึ้น
เพราะนมร้อนจะส่งเสริมให้สมองหลั่งสาร
5. การเคี้ยวหมากฝรั่งช่วยเพิ่มฮอร์โมนเพศชายได้จริงหรือ
เฉลย
  ไม่จริง แต่การเคี่ยวหมากฝรั่งช่วยให้คนไข้ผ่าตัดลำไส้ใหญ่หายเร็วขึ้น
เพราะการเคี้ยวหมากฝรั่งหลังการผ่าตัดเป็นการบริหารให้ลำไส้กลับมาทำงาน
ตามปกติได้เร็วขึ้น คนไข้จะไม่เกิดอาการลำไส้อืดซึ่งทำให้ปวดท้องและท้องอืด
หลังจากที่ต้องหยุดทำงานไปพักหนึ่ง
6. การกินเนยก่อนนอนทำให้นอนหลับสนิทขึ้นจริงหรือ
เฉลย
  จริง เพราะในเนยมีกรดอมิโนที่มีชื่อว่าทริปโตพันซึ่งมีสรรพคุณช่วยให้
เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย และสะกดให้หลับได้สนิทดีขึ้น
7. กินส้มช่วยแก้อาการเซ็งได้จริงหรือ
เฉลย
  จริง การรับประทานส้มโดยปอกเปลือกเองจะมีกลิ่นส้มที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย
และวิตามินซีที่ร่างกายได้รับในจำนวนที่เพียงพอ ช่วยให้สมองหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้
คลายความเครียดลงได้ดีออกมาด้วย
8. การกินช็อคโกแล๊ตช่วยแก้ไอได้จริงหรือ
เฉลย
  จริง เพราะโกโก้ที่ใช้ทำช็อคโกแล๊ตมีสารที่ชื่อว่าธีโอโบรไมน์
จะไปออกฤทธิ์ที่เส้นประสาทชื่อเวกัสเนอร์ฟที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการไอทำให้
สามารถหยุดอาการไอเรื้อรังอย่างได้ผล
9. การกินบ๊วยช่วยเพิ่มกำลังได้จริงหรือ
เฉลย
  จริง เพราะ การที่คนเรามีอาการเหนื่อย อ่อนเพลีย เพราะกรดในเลือดสูง
ร่างกายไม่สามารถปรับดุลความเป็นด่างได้ทัน แต่บ๊วยมีความเป็นด่างPh 7.35
ใกล้เคียงกับเลือดคนเราจึงช่วยถ่วงดุลความเป็นด่างได้และยังมีโปรตีน เกลือแร่
และสารอาหารจำเป็นอยู่มากอีกด้วย
10. การกินอาหารมื้อเช้าช่วยป้องกันความจำเสื่อมได้จริง หรือ
เฉลย
จริง เพราะเลือดตอนเช้าจะแข็งตัวง่ายกว่าปกติ จึงมีโอกาสที่หลอดเลือดอุดตันมากขึ้น
สารอาหารไปเลี้ยงสมองได้น้อยลงสมองจึงค่อยๆ เสื่อม

 

สาระดีๆ จาก FW Mail

 

1. อย่าสูบบุหรี่ !!
จากผลการทดลองของผู้เชี่ยวชาญพบว่า
การสูบบุหรี่หลังอาหาร เทียบได้กับ
การสูบบุหรี่ยามปกติถึง 10 มวน
(ทำให้มีโอกาสเป็นมะเร็งมากขึ้น ซึ่งสูบปกติก็มีโอกาสเป็นอยู่แล้ว)

2. อย่ากินผลไม้ทันทีหลังอาหาร !!
เพราะมันจะไปพองในท้องคุณ
ให้กินผลไม้ 1 หรือ 2 ชม. ก่อนหรือหลังอาหารก็ได้จะดีกว่า

3. อย่าดื่มน้ำชา !!
เพราะว่าใบชามีความเป็นกรดสูง
ทำให้โปรตีนในอาหารที่เรากินกระด้างขึ้นทำให้ย่อยยาก

4. อย่าขยายเข็มขัดหลังกินอิ่ม !!
เพราะเป็นเหตุให้ลำไส้ไม่ปกติ

5. อย่าอาบน้ำหลังกินข้าว !!
เพราะการอาบน้ำ จะทำให้โลหิตไหลเวียนไปที่มือ และเท้า
ทั่วร่างกายเป็นเหตุให้ปริมาณโลหิตไหลเวียนบริเวณท้องก็เพิ่มขึ้น
ซึ่งส่งผลให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ไม่เต็มที่

6. อย่าเดินหลังอาหาร !!
แม้คุณจะเคยได้ยินว่ากินข้าวแล้วให้เดินสัก 100 ก้าว
จะทำให้อายุยืนถึง 99 ปี !?!
แต่การเดินทันทีทำให้การย่อยเพื่อดูดซึมสารอาหารทำได้ไม่ดี
ควรรออย่างน้อยสักชั่วโมงค่อยเดินถ้าต้องการ

7. อย่านอนทันที !!
อาหารที่รับประทานเข้าไปไม่สามารถย่อยได้เต็มที่
อาจทำให้เกิดลมหรือแก๊สในทางเดินอาหาร

เห็นมีคนถามหาวิธีการล้างพิษเพื่อสุขภาพกันมาก
เลยไปค้นจากหนังสือที่เคยอ่าน เป็นข้อความของ
พญ.ลลิตา ธีระสิริ เลยขอยกมาบอกกล่าว .........
เพื่อเป็นประโยชน์กับทุกท่านที่สนใจ

คำว่า ล้างพิษ มาจากคำในภาษาอังกฤษ
คือ
"detoxify" แปลว่าการขับเอาสารที่เป็นพิษออกจากร่างกาย


การล้างพิษ ไม่ได้หมายความว่าเอาสารอะไรไปล้างอะไร
แต่หากเป็นการส่งเสริม หรือ เร่งให้ร่างกายขับล้างพิษออกไป
ให้ได้มากขึ้นกว่าปกติและมีหลายวิธี การอดก็เป็นวิธีหนึ่ง
คำว่า อด โดยคำจำกัดความแปลว่ากินน้อยกว่า
800 แคลอรีต่อวัน
ดังนั้นการ อด จึงมีหลายวิธี จะกินผลไม้ทั้งวัน ดื่มน้ำผลไม้ทั้งวัน
หรือกินผลไม้และดื่มน้ำผลไม้ทั้งวันก็ได้
ดื่มน้ำเปล่า ๆ ทั้งวันก็ได้ ไม่กินอะไรเลยทั้งวันก็ได้


หากคุณเริ่มอด แนะนำให้ใช้วิธีกินผลไม้อย่างเดียว
และแนะนำให้อดเพียงวันเดียว (
24ชั่วโมง)
ให้เลือกผลไม้ที่คุณชอบมาอย่างหนึ่ง
..ยกเว้น.. ทุเรียน น้อยหน่า ลำไย ลิ้นจี่ ขนุน
เพราะผลไม้เหล่านี้มีคาร์โบไฮเดรตสูง ทำให้ระบบย่อยไม่ได้พักเพียงพอ
และไม่ควรที่จะเลือกสับปะรดเพราะจะกัดปาก
เมื่อคุณเลือกได้แล้ว เช่น มะละกอ แอปเปิ้ล
ฝรั่ง ส้มโอ แคนตาลูป มะม่วง ชมพู่
ก็ตั้งหน้าตั้งตากินผลไม้นั้น เป็นอาหาร เช้า กลางวัน และ เย็น
ถ้าหิวก็ให้ดื่มน้ำผลไม้เป็นมื้อเบรกด้วย


วันที่คุณจะอดควรเป็นวันที่คุณอยู่บ้าน
เริ่มอดตั้งแต่ มื้อเช้าไปเรื่อยๆ จนถึงเช้าของวันใหม่
ก็เป็นการเลิกอด ด้วยการดื่มน้ำ
2 ลิตร แต่ละลิตร
ให้บีบน้ำมะนาวลงไป
2 ลูกใส่เกลือลงลิตรละ 2 ช้อนชาพูน ๆ
ดื่มให้หมด จากนั้นคุณจะถ่ายออกมาเป็นน้ำ (ที่คุณดื่มเข้าไปนั่นแหละ)
เป็นการทำความสะอาดล้างท่อลำไส้ เมื่อถ่ายแล้วก็เริ่มกินอาหารเช้าตามปกติ


ถ้าคุณอยากจะอดอีกครั้งก็ให้ทำแบบเดิมทุก ๆ 2 สัปดาห์
ผลที่จะได้คือ น้ำหนักจะลดลง ควบคุมน้ำหนักตัวได้ดีขึ้น
ไขมันในเลือดจะลดลง ความดันเลือดลดลง
กระปรี้กระเปร่าขึ้นรวมทั้งจะควบคุมเบาหวานได้ง่ายขึ้น
การอด
24 ชั่วโมงนี้ ถ้าคุณไม่เป็นโรคหัวใจ เบาหวาน
หรืออ่อนเพลียมาก สามารถทำเองได้ที่บ้าน


แต่ถ้ามีปัญหาดังกล่าวควรอยู่ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ
สำหรับคนท้อง และเด็กที่อายุไม่ถึง
18 ปี ห้ามอดเด็ดขาด
ตัวอย่างการอดเช่น คุณเลือก ฝรั่ง ก็ทานฝรั่งเฉาะในมื้อเช้า และเย็น
กลางวันให้กินส้มตำฝรั่งได้
(มีฝรั่ง พริก กระเทียม ซีอิ้วขาวมะนาว
น้ำตาลปีบนิดหน่อย) มื้อเบรก ในตอนเช้า และ บ่าย
ให้คั้นน้ำฝรั่ง(จากเครื่องคั้นผลไม้แยกกาก) ดื่มได้
คุณควรซื้อฝรั่งมาอย่างน้อย
4 กิโลกรัม

ถ้าคุณเลือกแอปเปิ้ล ก็ทานแอปเปิ้ลปอกทั้งเช้า และ เย็น
มื้อเบรกดื่มน้ำแอปเปิ้ลสด(จากเครื่องคั้นผลไม้แยกกาก)
กลางวันกินสลัดแอปเปิ้ล(มี แอปเปิ้ลเขียว และแดง
หั่นลูกเต๋าเกลือนิดหน่อย น้ำเชื่อม พริกขี้หนูบุบ ผสมกัน)
คุณควรซื้อแอปเปิ้ลทั้งสองชนิด และใช้ประมาณ
7-9 ลูก

 


Copy มาจาก : สาระแน