Health

 


1. ลูกพรุน
    เป็นแหล่งรวมของโปแตสเซียม เหล็กและไฟเบอร์
ในพรุนแห้ง 1 ขีด มีธาตุเหล็กถึง 2.78 มิลลิกรัม
และวิตามินซีที่ช่วยดูดซึมแร่ธาตุต่างๆเข้าสูร่างกาย
จึงช่วยให้ผิวพรรณสดใส มีเลือดฝาด แถมยังเป็นยาระบายอีกด้วย

2. ถั่ว
    เชื่อหรือไม่ว่าใครที่อยากมีหุ่นสวยเพรียวโดยไม่มีไขมันสะสม
ถั่วนี่แหละช่วยคุณได้เพราะถั่วอุดมไปด้วยโปรตีน เหล็ก และวิตามินบี
โดยเฉพาะเส้นใยไฟเบอร์ที่ละลายน้ำได้ ช่วยเคลือบกระเพาะ
ทำให้อิ่มเร็วและนาน ความอยากอาหารก็จะลดลง
ดังนั้น ถั่วจึงเหมาะกับคนที่จะลดน้ำหนักเป็นอย่างยิ่ง

3. บรอคโคลี่
    ผักดอกที่มีสีเขียวเข้มจัด เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสาวๆทั้งหลาย
เนื่องจากเป็นแหล่งชีลีเนียมธรรมชาติที่ช่วยบำรุงผิวพรรณ
เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวหนัง ทำให้ผิวดูอ่อนไว นุ่มนวล

4. กล้วยไข่
    มีสารเบต้าแคโรทีน หนึ่งในสารต้านอนุมูลอิสระอยู่จำนวนมาก
โดยธรรมชาติแล้ว เมื่อคนเราอายุพ้น 22 ปีไปแล้ว ความเจริญเติบโต
ของร่างกายจะเริ่มหยุดชะงัก ความเสื่อมของร่างกายในส่วนต่างๆ
ก็จะเริ่มมาเยือนอย่างช้าๆ เซลล์ในร่างกายจะผลิตอนุมูลอิสระมากขึ้น
และความสามารถในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายจะลดลงเรื่อยๆ
ดังนั้น กลยุทะที่ดีในการต่อสู้กับความชราทั้งหลาย คือ ต้องรับประทาน
อาหารที่มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระให้มากขึ้น และกล้วยไข่คือคำตอบที่ช่วยคุณได้
เพราะกล้วยไข่ 1 ขีด มีสารเบต้าแคโรทีน สูงถึง 492 มิลลิกรัม

5. ฝรั่ง
    ผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระชะงักนัก
เพราะมีวิตามินสูง ในฝรั่ง 1 ขีด มีวิตามินซีมากถึง 180 มิลลิกรัม
และวิตามินซีนี้มีบทบาทในการสร้าง คอลาเจน ทำให้ผิวพรรณเต่งตึง
ไร้ริ้วรอยไม่แก่ก่อนวัย

6. แอปเปิ้ล
    สารเพกตินในแอปเปิ้ล เป็นเส้นใยไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้
เหมาะสำหรับคนที่ต้องการมีหุ่นสวย เพรียวบาง เพราะสารเพกติน
มีคุณสมบัติช่วยลดความอยากอาหาร ลดน้ำหนัก และช่วยลด
คลอเลสเตอรอล หากมื้อไหนคุณรู้สึกหิวจนตาลายแต่ยังไมถึงเวลามื้ออาหาร
ลองหยิบแอปเปิ้ลมาสักลูกจะช่วยลดความหิวได้ เพราะแอปเปิ้ลมีแป้ง
และน้ำตาลในรูปของน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวถึง 75% ทำให้ร่างกาย
สามารถดูดซึมน้ำตาลพิเศษชนิดนี้ได้เร็วและนำไปใช้ประโยชน์ได้เลย
ดังนั้น ในเวลาไม่เกิน 10 นาที หลังจากคุณทานแอปเปิ้ลเข้าไป
ความอยากอาหารจะลดลง ทำให้ไม่รู้สึกหงุดหงิดและอ่อนเพลีย

7. ส้ม
    เป็นแหล่งวิตามิน เกลือแร่ และเส้นใยธรรมชาติ ช่วยให้ผิวพรรณสดใส
ที่สำคัญ ส้มยังเป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่เหมาะสำหรับคนต้องการลดน้ำหนัก
แต่มีข้อแม้ว่าต้องรับประทานโดยไม่คายกาก ซึ่งช่วยควบคุมน้ำหนักได้ดีอีกทางหนึ่งด้วย

 

 


เครดิต : Teenee.com

คุณรู้รึเปล่าว่า...
อาหารที่เรารับประทานกันทุกวันนี้
ช่วยทำให้คงความหนุ่ม-สาวที่คุณแสนจะหวงแหนไว้กับคุณได้นานมากขึ้น
..อย่างไม่น่าเชื่อ!!!


1. หยุดผมร่วง
รับประทาน กล้วย
ผลไม้มหัศจรรย์ที่อุดมไปด้วยวิตามินบี ซึ่งมีสรรพคุณป้องกันผมร่วงได้ดี เป็นสารอาหารสำหรับเส้นผมที่ดีมาก การรับประทานกล้วยเข้าไปในปริมาณที่เพียงพอ จึงช่วยรักษาเส้นผมให้อยู่คู่กับหนังศีรษะได้นานวัน
ถ้ากล้วยผลใหญ่เกินกว่าจะรับประทานได้สะดวกก็หั่นให้ชิ้นเล็กลงหน่อยหรืออีกวิธี คือ ผสมกล้วยกับแชมพู
ที่ทำจากน้ำผึ้งแล้วนำมาสระผม ก็จะช่วยเน้นประสิทธิภาพในการป้องกันผมร่วงและช่วยให้ผมนุ่มสลวยขึ้นด้วย

2. ถ้ามีผิวมันมากเกินไป
ต้องรับประทานธัญญาหารทุกเช้า
เพราะการรับประทานธัญญาหารที่อุดมด้วยวิตามินบี2 ทุกวัน จะเป็นตัวช่วยในการหยุดยั้งการผลิตน้ำมันส่วนเกินของต่อมผลิตภายในร่างกายซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่ง ของเส้นผมบางและมัน แต่ถ้าไม่สะดวกในการรับประทานธัญญาหารเปล่าๆก็ลองผสมกับนมเย็นๆ เพื่อเพิ่มรสชาติขึ้นก็ได้

3. หยุดการลอกของผิวหนัง
ใช้น้ำมันจาก Primrose ที่มีดอกสีเหลือง

ลองรับประทานวันละ 2 แคปซูล ทุกเย็น จะช่วยให้ได้ผลดีอย่างยิ่ง ผิวหนังและหนังศีรษะจะดีขึ้น
แต่ถ้าการรับประทานอาหารเสริมแคปซูลทำให้เกิดอาการติดคอ ก็เปลี่ยนมารับประทานปลาแซลมอนใส่เกลือ
รมควัน อาหารทะเลหรือสลัดผักสดก็ได้ สิ่งเหล่านี้จะให้สรรพคุณทัดเทียมกับน้ำมัน Primrose ทีเดียว

4. เพื่อผิวเนียนเหมือนเด็ก
รับประทานมะม่วง
เพราะมีเบต้าแคโรทีนที่ช่วยทำให้ผิวมีสุขภาพดีวิตามินในเบต้าแคโรทีนจะช่วยกระตุ้นการสร้างผิวหนังทั่วไป
รวมทั้งหนังศีรษะให้ทดแทนของเดิมที่หยาบแห้งและขรุขระให้กลับมามีความชุ่มชื้นและนุ่มเนียนอีกครั้ง
แต่ถ้าไม่ชอบมะม่วงก็อาจเปลี่ยนเป็นมันฝรั่ง แครอท แอปริคอด แต่ควรรับประทานร่วมกับ ไข่และตับ
จะได้ผลดียิ่งขึ้น

5. หยุดการเปลี่ยนสีผม
รับประทาน ถั่วลิสงอบเนย ร่วมกับเกล็ดขนมปังที่อบมาร้อนๆ ก่อนมื้ออาหาร

สามารถหยุดยั้งการเปลี่ยนแปลงของสีผม เนื่องจากอาหารดังกล่าวอุดมด้วยวิตามินบีที่สามารถหยุด
การเปลี่ยนสีผมให้เป็นสีดอกเลาได้ และยังทำให้ผิวหนังดูดีขึ้นอีกด้วย หากไม่ชอบถั่วลิสงก็ลองรับประทาน
มันฝรั่งอบร้อนและชุ่มด้วยเนยแทน แต่ปัจจุบันนี้ยังไม่มีผลิตภัณฑ์ใดที่หยุดยั้งการเปลี่ยนสีผมได้แน่นอน
เอาเป็นว่าทำให้ผมของเราไม่ เปลี่ยนสีรวดเร็วเกินไปก็เพียงพอแล้ว

6. ดูหนุ่มสาวขึ้นอีก 5 ปี
รับประทาน ฝรั่ง หรือน้ำฝรั่ง ซึ่งอุดมด้วยวิตามินซี

วิตามินซีสามารถช่วยเก็บรักษาคอลลาเจน ซึ่งเป็นบ่อเกิดแห่งโปรตีนภายใต้ผิวหนัง
หรือรับประทานมะละกอส้ม ลูกเกดสีดำอบแห้ง ร่วมกับผลไม้ประจำวัน ก็จะช่วยเพิ่ม วิตามินซีเช่นกัน

7. บำรุงผิวด้วยบลูเบอร์รี่
ทานบูลเบอร์รี่บำรุงผนังเส้นเลือดให้มีความแข็งแรง

อาวุธลับแห่งเครื่องสำอางหลายชนิดถูกซ่อนอยู่ภายใต้ผิวสีน้ำเงินเข้มและความเขียวอมม่วงสดของบูลเบอร์รี่
นี่แหละ สรรพคุณของบูลเบอร์รี่ทำให้ผนังเส้นเลือดมีความแข็งแรงโดยการช่วยดูแลผิวหนังให้ เรียบและแข็งแรง นอกจากนี้ยังหยุดอาการเส้นเลือดเปราะบางและแตกง่ายอีกด้วย

8. ปกป้องใบหน้าจากมลพิษ
รับประทานอะโวคาโดช่วยให้ใบหน้าอ่อนกว่าวัย

รับประทาน อะโวคาโด วิตามินบีในอะโวคาโดช่วยทำให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัย และร่างกายเกิดความต้านทาน
จากการทำลายในรูปแบบต่างๆ ทั้งนี้รวมไปจนถึงการถูกทำลายจากบรรยากาศแห่ง มลภาวะที่เป็นพิษอีกด้วย หากรับประทานอะโวคาโดอย่างเดียวแล้วรู้สึกไม่คล่องคอขอแนะนำให้ลองรับประทานเมล็ดทานตะวัน
เคลือบน้ำผึ้งและเมล็ดงาคั่วควบคู่ไปด้วยก็ได้



*จงจำไว้ว่าการดื่ม-กินเฉพาะสิ่งที่มีคุณค่าต่อร่างกาย
ก็สามารถช่วยให้สวย หล่อได้ทันตาเห็นเหมือนกัน

 

 


 

เห็นมีคนถามหาวิธีการล้างพิษเพื่อสุขภาพกันมาก
เลยไปค้นจากหนังสือที่เคยอ่าน เป็นข้อความของ
พญ.ลลิตา ธีระสิริ เลยขอยกมาบอกกล่าว .........
เพื่อเป็นประโยชน์กับทุกท่านที่สนใจ

คำว่า ล้างพิษ มาจากคำในภาษาอังกฤษ
คือ
"detoxify" แปลว่าการขับเอาสารที่เป็นพิษออกจากร่างกาย


การล้างพิษ ไม่ได้หมายความว่าเอาสารอะไรไปล้างอะไร
แต่หากเป็นการส่งเสริม หรือ เร่งให้ร่างกายขับล้างพิษออกไป
ให้ได้มากขึ้นกว่าปกติและมีหลายวิธี การอดก็เป็นวิธีหนึ่ง
คำว่า อด โดยคำจำกัดความแปลว่ากินน้อยกว่า
800 แคลอรีต่อวัน
ดังนั้นการ อด จึงมีหลายวิธี จะกินผลไม้ทั้งวัน ดื่มน้ำผลไม้ทั้งวัน
หรือกินผลไม้และดื่มน้ำผลไม้ทั้งวันก็ได้
ดื่มน้ำเปล่า ๆ ทั้งวันก็ได้ ไม่กินอะไรเลยทั้งวันก็ได้


หากคุณเริ่มอด แนะนำให้ใช้วิธีกินผลไม้อย่างเดียว
และแนะนำให้อดเพียงวันเดียว (
24ชั่วโมง)
ให้เลือกผลไม้ที่คุณชอบมาอย่างหนึ่ง
..ยกเว้น.. ทุเรียน น้อยหน่า ลำไย ลิ้นจี่ ขนุน
เพราะผลไม้เหล่านี้มีคาร์โบไฮเดรตสูง ทำให้ระบบย่อยไม่ได้พักเพียงพอ
และไม่ควรที่จะเลือกสับปะรดเพราะจะกัดปาก
เมื่อคุณเลือกได้แล้ว เช่น มะละกอ แอปเปิ้ล
ฝรั่ง ส้มโอ แคนตาลูป มะม่วง ชมพู่
ก็ตั้งหน้าตั้งตากินผลไม้นั้น เป็นอาหาร เช้า กลางวัน และ เย็น
ถ้าหิวก็ให้ดื่มน้ำผลไม้เป็นมื้อเบรกด้วย


วันที่คุณจะอดควรเป็นวันที่คุณอยู่บ้าน
เริ่มอดตั้งแต่ มื้อเช้าไปเรื่อยๆ จนถึงเช้าของวันใหม่
ก็เป็นการเลิกอด ด้วยการดื่มน้ำ
2 ลิตร แต่ละลิตร
ให้บีบน้ำมะนาวลงไป
2 ลูกใส่เกลือลงลิตรละ 2 ช้อนชาพูน ๆ
ดื่มให้หมด จากนั้นคุณจะถ่ายออกมาเป็นน้ำ (ที่คุณดื่มเข้าไปนั่นแหละ)
เป็นการทำความสะอาดล้างท่อลำไส้ เมื่อถ่ายแล้วก็เริ่มกินอาหารเช้าตามปกติ


ถ้าคุณอยากจะอดอีกครั้งก็ให้ทำแบบเดิมทุก ๆ 2 สัปดาห์
ผลที่จะได้คือ น้ำหนักจะลดลง ควบคุมน้ำหนักตัวได้ดีขึ้น
ไขมันในเลือดจะลดลง ความดันเลือดลดลง
กระปรี้กระเปร่าขึ้นรวมทั้งจะควบคุมเบาหวานได้ง่ายขึ้น
การอด
24 ชั่วโมงนี้ ถ้าคุณไม่เป็นโรคหัวใจ เบาหวาน
หรืออ่อนเพลียมาก สามารถทำเองได้ที่บ้าน


แต่ถ้ามีปัญหาดังกล่าวควรอยู่ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ
สำหรับคนท้อง และเด็กที่อายุไม่ถึง
18 ปี ห้ามอดเด็ดขาด
ตัวอย่างการอดเช่น คุณเลือก ฝรั่ง ก็ทานฝรั่งเฉาะในมื้อเช้า และเย็น
กลางวันให้กินส้มตำฝรั่งได้
(มีฝรั่ง พริก กระเทียม ซีอิ้วขาวมะนาว
น้ำตาลปีบนิดหน่อย) มื้อเบรก ในตอนเช้า และ บ่าย
ให้คั้นน้ำฝรั่ง(จากเครื่องคั้นผลไม้แยกกาก) ดื่มได้
คุณควรซื้อฝรั่งมาอย่างน้อย
4 กิโลกรัม

ถ้าคุณเลือกแอปเปิ้ล ก็ทานแอปเปิ้ลปอกทั้งเช้า และ เย็น
มื้อเบรกดื่มน้ำแอปเปิ้ลสด(จากเครื่องคั้นผลไม้แยกกาก)
กลางวันกินสลัดแอปเปิ้ล(มี แอปเปิ้ลเขียว และแดง
หั่นลูกเต๋าเกลือนิดหน่อย น้ำเชื่อม พริกขี้หนูบุบ ผสมกัน)
คุณควรซื้อแอปเปิ้ลทั้งสองชนิด และใช้ประมาณ
7-9 ลูก

 


Copy มาจาก : สาระแน