ไมเกรนคืออะไร
posted on 11 Jan 2009 17:47 by ohhyper in migraine
ไมเกรนเป็นอาการปวดศรีษะจากความผิดปกติของหลอดเลือด ที่พบบ่อยที่สุด
โดยมีอาการปวดตุบๆ อย่างรุนแรงเพราะการทำงานผิดปกติของหลอดเลือดในสมอง
ช่วงที่มีอาการ ผู้ป่วยจะรู้สึกปวด อย่างรุนแรงบริเวณศรีษะด้านหน้า ขมับสองข้าง เบ้าตา
หรือหูข้างใดข้างหนึ่ง
นอกจากอาการปวดแล้ว ผู้ป่วยอาจรู้สึกคลื่นใส้ อาเจียน สายตาพร่ามัว
รวมทั้งมักจะมีประสาทรับรู้ที่ไวกว่าปกติ เช่น แสบตา หนวกหู เหม็นกลิ่นแรงๆ
รู้สึกศรีษะหวิวๆ หนาวและเหงื่อออก มีอาการอ่อนเพลียและไม่เจริญอาหาร
ไมเกรนสามารถ “โจมตี” ผู้ป่วยเมื่อไหร่ก็ได้แต่ส่วนใหญ่มักจะเริ่มมีอาการปวดในช่วงเช้า
ผู้หญิงมีโอกาสเป็นไมเกรนมากกว่าผู้ชายถึง 3 เท่า
โดยอาการมักจะเริ่มในกลุ่มผู้ป่วยอายุระหว่าง 10 - 55 ปี
และสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรม ทั้งนี้อย่างน้อยร้อยละ 60
ของผู้หญิงที่เคยเป็นไมเกรนจะมีอาการดีขึ้นเมื่อตั้งครรภ์และมีอายุครรภ์ระหว่าง 6 - 9 เดือน
สาเหตุของไมเกรน
มีการตั้งทฤษฎีขั้นมาหลายทฤษฎเพื่ออธิบายถึงสาเหตุของไมเกรน
แต่กลับไม่มีทฤษฎีไหนสามารถ อธิบายได้อย่างชัดเจน
ประเภทของไมเกรน
ไมเกรนไม่ได้มีเพียงประเภทเดียว แต่สัญญาณ อาการและความรุนแรงของอาการปวด
จะแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละราย ไมเกรน 2 ประเภทที่พบบ่อยที่สุด คือ
ไมเกรนแบบมีอาการนำ (Classic Migraine) และไมเกรนแบบไม่มีอาการนำ (Common Migraine)
ความแตกต่างที่ชัดเจนของไมเกรน 2 ประเภทนี้คือ
ไมเกรนแบบมีอาการนำ จะมีอาการเตือนในช่วง 10 - 30 นาทีก่อนเกิดอาการปวด
หรือที่เรียกว่า “ออร่า” โดยผู้ป่วยมักจะเห็นแสงจ้า เส้นซิกแซก หรือตาพร่ามัวไปชั่วขณะ
บางรายอาจเกิดอาการพูดติดขัด ชาตามแขนและขา หน้าหรือมือกระตุก และมีอาการมึนงง
ส่วนไมเกรนชนิดไม่มีอาการนำ จะไม่มีออร่า แต่ก่อนปวดผู้ป่วยมักมีอาการหลายอย่าง
เช่น อารมณ์ปรวนแปร ไม่มีแรงหรือบวมน้ำ โดยทั่วไปไมเกรนชนิดไม่มีอาการนำมักจะเกิดขึ้นช้ากว่า
แต่มีอาการนานกว่า จึงส่งผลต่อชีวิตประจำวันมากกว่าไมเกรนชนิดมีอาการนำ
ประเภทของไมเกรน
ผู้เชี่ยวชาญบางท่านยืนยันว่าอาหารอาจเป็นสาเหตุให้ปวดศรีษะได้โดยทำให้เกิดอาการแพ้
ในผู้ที่มีแนวโน้มแพ้อาหารนั้นๆ
ปัจจัยอื่นๆ ที่อาจกระตุ้นไมเกรนได้ดังนี้
- การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนระหว่างมีประจำเดือน
- แสงจ้าหรือเสียงดัง
- อาหารหรือเครื่องดื่มบางชนิด เช่นแอลกอฮอล์ ช็อกโกแล็ตและเนยแข็งชนิด Aged Cheese
- นิโคติน
- การอดอาหาร
- ความเครียด การใช้ร่างกายหนักเกินไป การอดนอน
- อากาศเปลี่ยนแปลง
- ยาบางชนิด
การรักษาไมเกรน
โดยการรักษาความผิดปกติของหัวใจที่มีรูรั่วเล็กๆ ที่ผนังหัวใจห้องบนซ้ายและห้องบนขวา
หรือเรียกว่าภาวะ Patent ForamenOvale (PFO) ซึ่งมีผลต่อการช่วยรักษาไมเกรนในผู้ป่วย
หลายล้านคน
แพทย์แนะนำให้ผู้ป่วยลดความเครียดและหลีกเลี่ยงอาหารบางชนิด
เพื่อป้องกันและช่วยควบคุมไมเกรน รวมทั้งอาการปวดศรีษะอันเกิดจาก
ความผิดปกติของหลอดเลือดอื่นๆ นอกจากนี้ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
ก็ช่วยลดความถี่และความรุนแรงของไมเกรนได้เป็นอย่างดี วิธีการรักษาทางเลือกอื่นๆ
ได้แก่ การวักการตอบสนองทางชีวภาพ (Biofeedback) ขณะที่การฝึกผ่อนคลาย
ก็ช่วยผู้ป่วยบางรายลดความถี่และความรุนแรงของอาการได้เช่นกัน
ใช่ไมเกรนหรือไม่ทดสอบได้ด้วยตัวเอง
ลองทำแบบทดสอบดูว่าอาการปวดศรีษะที่คุณเป็นอยู่
เป็นเพียงแค่อาการปวดศรีษะธรรมดา หรือไมเกรน
เมื่อปวดศรีษะ คุณมักจะมีอาการต่อไปนี้ร่วมด้วย
อาการปวด…………………………..ไม่เคย………. บางครั้ง……….. เป็นประจำ
ปวดระดับปานกลางจนถึงปวดมาก
ปวดแบบตุบๆ
ปวดมากเพียงข้างเดียว
ปวดมากเมื่อเคลื่อนไหว
อาการร่วม…………………………..ไม่เคย………. บางครั้ง……….. เป็นประจำ
คลื่นไส้หรืออาเจียน
มีความรู้สึกไวต่อแสงจ้าและเสียงดัง
อาการปวดหัวของคุณอาจเข้าข่ายเป็นไมเกรนได้
- ได้ตอบ “บางครั้ง” หรือ “เป็นประจำ” อย่างน้อย 2 ข้อในหมวด “อาการปวด” และอย่างน้อย 1 ข้อในหมวด “อาการร่วม“
- มีอาการดังกล่าวอย่างน้อย 5 ครั้งแล้ว
- มีอาการปวดต่อเนื่องนานถึง 4 - 72 ชัวโมงหากไม่ได้กินยาหรือรักษา
ทั้งนี้ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยที่ถูกต้องว่าอาการปวดศรีษะ
ที่คุณกำลังเผชิญอยู่นั้น เป็นไมเกรนหรือเป็นอากรของโรคอื่น
ข้อมูลจากนิตยสาร BetterHealth Bumrungrad International HospitalThai Share This